
โปรแกรมทัวร์เดินทางไปเที่ยวที่วังเวียง
หลวงพระบาง เมืองแห่งสายหมอกและขุนเขา มรดกโลก โดย Backpack Tripper
ทัวร์คุณภาพ ราคามิตรภาพ
และสนุกดึ่มด่ำกับการท่องเที่ยวที่แท้จริง
(27-1 ม.ค 2551) 6วัน 4 คืน อุณหภูมิช่วงปีใหม่ 5-15องศาโดยประมาณทุกปี
อากาศเย็นสบายเหมาะแก่การห่มเสื้อหนาวท้าทายไอหมอก
วันที่ 1
27ธ.ค. 2550
18.00 น. พบกันที่จุดนัดพบ และเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดหนองคาย โดยรถตู้ปรับอากาศ และโชเฟอร์ผู้ชำนาญเส้นทาง
วันที่ 2
28ธ.ค. 2550
06.00 น. ถึงจังหวัดอุดรธานี แล้วพักทานอาหารเช้า ไข่กระทะ โจ๊ก เกาเหลา กาแฟ ในร้านดังที่ขึ้นชื่อของอุดรธานี
จากนั้นเดินทางมายังสะพถานมิตรภาพไทย-ลาว เมื่อถึงฝั่งลาวแล้วเปลี่ยนไปใช้รถตู้ปรับอากาศของทางฝั่งลาว โดยโชเฟอร์ผู้มีประสบการณ์สูง
จากนั้นเดินทางผ่านตัวนครหลวงเวียงจันทร์ และแวะกราบพระธาตุหลวง พระบรมสารีริกธาตุศักดิ์สิทธิ์ของเวียงจัทร์ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านเมือง เหมือนวัดพระแก้วของไทย จากนั้นพาท่านนั่งรถชมย่านสำคัญของเวียงจันทรื นั่งรถชมประตูชัย ประตูแห่งชัยชนะของเมืองลาวที่คล้ายประตูในถนนชอง เอลิเซ่ ประเทศฝรั่งเศส จากนั้นนั่งรถมาชมหอคำ และนั่งรถผ่านวัดพระแก้ว วัดที่เคยเป็นที่ประดิฐานพระแก้วมรกตของไทยเรามาก่อน จากนั้นนั่งรถผ่านแม่น้ำโขง เลียบลำน้ำโขง แล้วเดินทางออกไปยังเมืองวังเวียงโดยทันที ที่เวียงจัทร์นี้เราจะแวะกราบพระธาตุหลวงเพียงแห่งเดียว นอกจากนั้นจะนั่งรถชมวิวอย่างช้าๆ เพื่อให้ทันไปล่องเรือคานูที่วังเวียงครับ
ทานอาหารเที่ยงระหว่างทาง ใช้เวลาเดินทางจากเวียงจันทร์ราว 3 ชม.ก้มาถึงวังเวียง เราจะเข้าพักยังบ้านพักสุดคลาสสคิ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำซอง ติดกับแม่น้ำเลย เรือนพักในบรรยากาศบ้านๆ แบบลาวแท้ๆ ช่วยทำให้ที่นี่ได้บรรยากาศแห่งการพักผ่อนมาก จากนั้นเตรียมตัวไปล่องเรือคานู ตามลำน้ำซองครับ ใช้เวลาล่องเรือกับสายน้ำประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ล่องจากต้นน้ำที่นอกเมืองวังเวียง ผ่านป่าเขาลำเนาไพร และบ้านเรือนของชาวบ้านจนมาถึงตัวเมืองวังเวียงในตอนใกล้พลบค่ำครับ จากนั้นกลับที่พัก แล้วก็ออกมาเดินชมตัวเมืองวังเวียงในยามราตรี อันเงียบสงบและน่าสัมผัสอย่างยิ่งครับ จากนั้นแยกย้านทานอาหารกันตามอัธยาศัยครับ แล้วเดินกลับที่พักครับ
วันที่ 3
29ธ.ค.2550
ตื่นแต่เช้าตรู่ อาบน้ำแล้ว รีบออกมาทานอาหารเช้า เพื่อเดินทางไปยังหลวงพระบางครับ ใช้เวลาเดินทางราว 6 ชั่วโมงจากวังเวียงก็จะมาถึงหลวงพระบางครับ เราจะทานอาหารระหว่างทางครับ และจะแวะพักยังบ้านภูคูน ย่านที่อยู่อาศัยของชาวเขา ที่มีอากาศหนาวเหน็บ ได้บรรยากาศมากทีเดียวครับ ถ้าโชคดีก็อาจจะได้พบเจอกับสายหมอกด้วย
เมื่อถึงหลวงพระบางแล้ว เราก็จัดแจงเข้าที่พักให้เรียบร้อย
เราจะพักกันที่บ้านพักแบบลาวแท้ๆ และได้บรรยากาศดีพอสมควร
อยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำโขงเท่าใดนัก จากนั้นเราจะเดินชมเมืองในยามเย็น
โดยเดินเลียบแม่น้ำขึ้นไปเรื่อยๆ
แม่น้ำโขงยามเย็นนั้นงดงามจนสุดจะเอ่ยวาจามาเปรียบได้
จากนั้นเราเดินผ่านหลังและข้างพระราชวังหลวงพระบางมายังภูศรี
ที่เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของหลวงพระบางครับ
โดยภูศรีนี้จะเป็นยอดภูที่สูงที่สุดในตัวเมือง และจะอยู่ตั้งตรงกับพระราชวังเลย
เราขึ้นมาสูดอากาศอันสุดแสนจะบริสุทธิ์กันที่นี่ครับ
แล้วก็ชมวิวทิวทัศน์ของเมืองอันสงบเล็กๆแห่งนี้ครับ
จากนั้นคืนนี้เราจะเดินชมตลาดค้าขายสินค้าในยามค่ำคืนกัน
ตลาดนี้จะมีแต่พ่อค้าแม่ค้าที่เป็นทั้งชาวเขาและชาวลาวท้องถิ่น
ต่างนำสินค้าจำพวกของที่ระลึกมาขายกันมากมายเลยทีเดียว
สนนราคาก็มีมิตรภาพอยู่บ้างครับ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือที่นี่ช่างงดงามเหลือเกิน
เพราะเป็นตลาดที่ทอดยาวบนนถนนสายหลักของเมือง คู่ไปกับสายน้ำโขง
ลาดยาวผ่านตัวพระราชวังหลวงพระบางครับ
จากนั้นแยกย้ายกับอาบน้ำพักผ่อน
แต่สำหรับคนที่ยังไม่เหนื่อย
เมื่ออาบน้ำแล้วอยากให้มานั่งที่ร้านคาเฟ่บรรยากาศเก่าๆกันดู ชมวิว
ดื่มครื่องดื่มเย้นๆ ในท่ามกลางอากาศเย็นๆ
นับว่าเป็นช่วงเวลาและอารมณืที่จะไม่มีวันลืมเลือนเลยทีเดียว
วันที่ 4
30ธ.ค. 2550
ตื่นเช้ามาร่วมทำบุญตักบาตรข้าวเหนียวเนื่องในวันส่งท้ายปีเก่าครับ
ตักบาตรโดยมีพระเณรจำนวนนับร้อยๆรูปต่างเดินแถวมาอย่างงดงามน่าเลื่อมใสยิ่ง
แล้วจึงเดินทางไปชมสะพานเหล็กแห่งเดียว
ที่สร้างข้ามแม่น้ำคาน ข้ามจากอีกฝั่งสู่อีกฝั่ง
ยามเช้าที่สะพานแห่งนี้ดชดีอาจเจอสายหมอก
และจะได้พบเห็นภาพความงดงามและน่าประทับใจยิ่งของหลวงพระบางครับ
จากนั้นไปทานกาแฟและอาหารเช้าที่ร้านประชานิยม
ริมแม่น้ำโขง ร้านยอดนิยมของที่นี่
จากนั้นเดินชมตลาดเช้า หรืออาจแวะเลือกวื้อส้มสดๆกองมหึมาก็ได้
แล้วจึงเดินต่อไปยังพระราชวังหลวงพระบาง พระราชวังอันเก่าแก่และงดงามยิ่ง
อุดมไปด้วยสิลปะวัฒนธรรมอันวิจิตรมาก สวยงามจนรู้สึกสบายใจมากเลยทีเดียว
เดินในพระราชวังแห่งนี้แล้วช่างรู้สึกเหมือนเดิมผ่านเข้าไปในชีวิตและในอดีตของพระมหากษัตริย์ลาวอย่างใดอย่างนั้นเลยทีเดียว
จากนั้นเดินทางมายังวัดเชียงทอง
วัดโบราณอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของหลวงพระบางครับ
แล้วจึงเดินทางต่อไปยังวัดวิซุนและวัดอะฮ่าม
ชมเจดีย์ทรงแตงโม ทัชมาฮาลแห่งลาว
สถานที่ประดิษฐานพระอิบิของพระมหากษัติย์ลาวพระองค์หนึ่ง
ที่พระองค์ทรงจารึกรอยรักที่มีแด่พระมเหสีผ่านเจดีย์นี้
โดยวัดโบราณทั้งสองแห่งนี้อยู่ติดกัน
ภายในอุโบสถนั้นนับว่างดงามและวิจิตรพิสดารมากมายจริงๆครับ วันนี้เรามากราบพระ 3
วัดเพื่อเอาฤกษ์เอาชัยกันจริงๆครับ
จากนั้นพักทานอาหารเที่ยง
ในร้านอาหารแบบลาวแท้ๆ
ในบรรยากาศแห่งหลวงพระบางที่ท่านจะไม่มีวันลืมเลือนเลยทีเดียว
จากนั้นพาท่านเดินทางไปเที่ยวน้ำตกตาดกวางสี
น้ำตกสีมรกตอันงดงามและหนาวเย็นยิ่งของหลวงพระบาง
ท่านจะอาบน้ำแล้วไปอาบแดดแบบที่ฝรั่งนิยมทำกันก็น่าชมอย่างยิ่ง มาที่นี่
พกพาของคบเคี้ยวมานั่งทานเล่น ถือโอกาสเล่นน้ำเย็น พักผ่อนจิตใจให้สงบและสบาย
ก็นับว่าเป็นการพักผ่อนและถ่ายพลังงาน
เพื่อที่จะเผชิยกับศักราชใหม่อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น
จากนั้นเรากลับเข้าตัวเมืองหลวงพระบาง อาบน้ำ
แวะไปเดินชมเมือง เลือกซื้อหาสินค้าของที่ระลึก จะชมสายน้ำโขงยามราตรี หรือทานอาหารในบรรยากาศโรแมนติค เคล้าเสียงดนตรี
ใต้แห่งแสงจากเชิงเทียนก็นับว่าวิเศษไม่เบา
รับรองว่าคุณคงจะลืมค่ำคืนสุดท้ายแห่งหลวงพระบางนี้ได้ยากยิ่งนัก โดยคืนนี้ทั้งคืนทั่วทั้งหลวงพระบางคงจะมีแต่การเฉลิมฉลองไปทั่วทั้งเมืองครับ
วันที่ 5
31 ม.ค 2551
ตื่นแต่เช้าตรู่ รวมตัวกันสัก 7 โมงเช้า
แล้วเดินผ่านสายหมอกไปทำบุญตักบาตรข้าวเหนียว
แล้วค่อยไปทานกาแฟและทานอาหารเช้าแบบสไตล์เวียดนาม
ที่ทั้งอาหารและร้านได้ถูกคัดสรรมาเพื่อท่าน ร้านและอาหารที่ไม่หรู
แต่ทั้งร้านและอาหาร แฝงความหมายที่แท้จริงแห่งการเดินทางแบบแบ็คแพ็คเกอร์เอาไว้
จากนั้นเดินทางออกจากหลวงพระบาง
เพื่อกลับไปยังวังเวียง ชมบรรยากาศแห่งเทือกเขาผ่านเส้นทางอันคดเคี้ยว
สายหมอกและสายลมคงจะทำให้เรามีความสุขไม่น้อยเลยทีเดียว
วิถีชีวิตของผู้คนอันบริสุทธิ์ริมสองข้างทางคงทำให้คุณลืมที่นี่ยากจริง
พักทานอาหารแบบลาวแท้ๆริมทาง
และเข้าพักยังบ้านพักแห่งเดิมที่วังเวียง เย็นนี้เราก็พักผ่อนริมแม่น้ำ
จะลงไปเล่นน้ำหรือทานอาหารริมน้ำก็ตามสะดวก
คืนนี้อย่าลืมนอนหรือนั่งนับดวงดาวอันพร่างพราวบนท้องฟ้านะครับ
เพราะดวงดาวอันสุกสกาวหรือทิวเขาหินอันงดงาม คงทำให้คุณมีความสุขมากทีเดียว
คืนนี้หลับให้สบายครับ พรุ่งนี้ต้องเดินทางไกลกลับกรุเทพฯครับ
วันที่ 6
1 ม.ค 2551
ตื่นแต่เช้า
ทานอาหารเช้าในเมืองวังเวียง แล้วเดินทางกลับไปชายแดนไทย-ลาว
ที่ด่านสะพานมิตรภาพ-ท่านาแล้ง
ถึงด่านแล้วทุกท่านก็แยกย้ายไปซื้อสินค้าจากต่าประเทศที่ร้านดิวตี้ฟรี รับรองว่ามีสินค้าที่น่าซื้อมากมายจริงๆ
จากนั้นเราเดินทางออกจากด่านเข้ามายังฝั่งไทย
คาดว่าถึงฝั่งไทยที่หนองคายราว 14.00 น.
แล้วจึงข้ามมาทานอาหารริมฝั่งโขงที่ตัวเมืองหนองคายหรือตัวจังหวัดอุดรฯก็ตามสะดวก
แล้วจึงมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ
หากรถไม่ติดนัก ก็จะถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพปลอดภัยราวเที่ยงคืนครับ
แล้วจอดส่งท่านตามจุดสะดวกครับ
เป็นอันจบการเดินทางฉลองปีใหม่ที่เมืองลาวแต่เพียงเท่านี้ครับ
ค่าบริการท่านละ 11,500 บาท
กรณีขากลับกลับเครื่องบินที่สนามบินอุดรฯ
เหลือท่านละ 10,800 บาท
ค่าบริการนี้รวม
1.ค่าอาหารวันละ 2 มื้อ
เช้าและเที่ยง
2.ค่าที่พัก 4คืน ห้องละ 2 ท่าน
3.ค่าพาหนะเดินทางทั้งหมดตามโปรแกรม
4.ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
5.ค่าผ่านแดน
6.ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทางและสุขภาพ
หมายเหตุ
ราคานี้ไม่รวมมื้อเย็นเพราะอยากให้ทุกท่านเลือกทานตามอัธยาศรัยเนื่องจากตลาดเย็นมีร้านท้องถิ่นน่าทานเยอะมาก
ราคามิตรภาพ อาทิ ส้มตำ ไก่ย่าง บุฟเฟต่อิ่มละ 25 บาท ปากหม้อลาว เฝอ
พิซซ่าลาว
กรุณายืนยันก่อนเดินทางประมาณ 2 เดือน
(เฉพาะทริปปีใหม่และสงกรานต์) เนื่องจากเราจะต้องจองที่พักและรถตู้ล่วงหน้า
พร้อมทั้งวางเงินมัดจำก่อนด้วยครับ
ขอบคุณครับ.