ขอต้อนรับสู่ โปรแกรมการเดินทาง ชื่มชมธรรมชาติ ดึ่ทด่ำวัฒนธรรม และล้ำยุคสมัย ในประเทศเวียดนามครับ  



วันที่ 1

5 พฤษภาคม พ..2549 

7.00 . คณะพร้อมกันที่ท่าเทียบเรือเทศบาลเมืองมุกดาหาร

7.30 . ร่มรับประทานอาหารเช้าไสตล์ ไทย-เวียดนาม มีกาแฟเสด โจ๊ก  ขนมเบื้องญวน หมูยอทอด เป็นต้น ซึ่งปรุงจากฝีมือชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม ประจำเมืองมุกดาหาร

8.30 .เตรียมพร้อมที่จะลงเรือข้ามลำน้ำโขง สู่เมืองสะหวันนะเขต

9.30 . คณะเทียบท่าที่เมืองสะหวันนะเขต แบกกระเป๋าขึ้นบ่า สะพายเป๋ขึ้นหลัง แล้วจึงเดินก้าวจ้ำๆ ขึ้นสู่ด่านตรวจคนเข้าเมืองอันสุงชัน ที่เหมือนจะคอยท้ายทายใจผู้มาเยือนอยุ่

10.00 .เสร้จสิ้นกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรในฝั่ง สปป.ลาว แล้วจึงออกเดินทางโดยรถตู้ VAN สภาพดี โดยเราจะนั่งกันแบบสบาย คันละ 6-8 ท่าน โดยเราจะใช้รถเพียงคันเดียวต่อหนึ่งกลุ่ม ในการเดินทางทั้งในลาวและเวียดนาม

13.00 .พักรับประทานอาหารลาว ไสตล์สะหวันนะเขต ระหว่างทางสุ่ชายแดน บริเวณใกล้ๆเมืองพิน

14.00 . คณะเดินทางถึงด่านสวรรค์ ฝั่ง สปป.ลาว เข้าตรวจตราหนังสือเดินทางขาออก

14.30 . เดินทางถึงด่าน “ลาว บ่ เอา” LaoBao จังหวัดกวางตรี ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นดินแดนที่ลาวได้มอบเป็นของขวัญแต่เวียดนาม ในโอกาสที่ได้ช่วยสู้รบสงคราม จึงเป็นที่มาของชื่อด่านที่ว่า ” ลาว บ่ เอา “ “ ลาวให้เวียด ”

15.00 .เสร็จสิ้นกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองของทั้งสองประเทศ จากนั้นจึงเดินทางผ่านภูเขาสุงชันอันชวนให้หนาวกายและสวยงาม สู่เมืองเว้ เมืองมรดกโลก อันน่ามหัสจรรย์

19.00 .คณะเดินทางถึงเมืองเว้ โดยสวัสดิภาพ เข้าสุ่ที่พัก ซึ่งเป็นโรงแรม 3 ดาว หรือใกล้เคียง

19.30 . ล่องเรือชมแม่น้ำหอมในยามค่ำคืน ทั้งฟังเพลงท้องถิ่นเวียดนามคลอบรรยากาศ

21.00 .เดินชมร้านรวงต่างที่จำหน่ายของที่ระลึก ของฝากและสินค้าต่างๆ “ชอปปิ้งยกที่

  1. กลับที่พัก นอนหลับพักผ่อน หรือจะเดินชมดาวริมแม่น้ำ ก่อนนอนก็ไม่ผิดกติกาเช่นเดียวกัน  

วันที่ 2

6 พฤษภาคม พ..2549  

6.00 . คณะพร้อมกันที่ลอบบี้ของดรงแรม เดินทางชมตลาดเช้า “ดองบา” “ชอปปิ้งยก ชมตลาดพื้นเมืองท้องถิ่น ที่ขึ้นชื่อลือชา ทั้งยังมีสินค้าราคาถูกมากมายรอคอยให้ซื้อหา

7.00 . คณะทานอาหารเช้าพร้อมกันในกลางตลาดดองบา ให้ได้บรรยากาศกรุ่นๆ ของเว้, เวียดนามแท้ๆ

8.00 . พาเที่ยวชมพระราชวังโบราณของเมืองเว้ ที่งดงามยิ่ง สุดจะบรรยาย เก่าแก่มาก มองไปทางไหนก็สวยไปหมด อากาศภายในจะเย็น พาให้เราเดินชมได้อย่างสบายๆ

09.30 . ชมสุสาน ไค ดิานห์ ของจักรพรรดิ เวียดนาม อันคงความศักดิ์สิทธิ์ และเป็นศูนยืรวมจิตใจของชาวเวียดนาม

10.30 . เดินทางมาชม เจดีย์โบราณ ริมแม่น้ำ “เทียนหมุ” เหมือนเทียนถานที่ปักกิ่ง ซึ่งได้ก่อสร้างไว้ในชัยภูมิทีมีธรรมชาติโอบล้อมอย่างงดงามมาก

11.00 . ออกเดินทางจากเมืองเว้ เลียบชายทะเล ขึ้นภูเขา สู่เมืองลังโก เมืองท่าเล็กๆริมชายทะเล เพื่อไปกินอาหารทะเลสดๆ และเล่นน้ำทะเลกันสดๆ (ทะเลก็สด อาหารก็สด คนก็เลยพลอยสดขึ้นไปด้วย จริงๆนะ)

13.00 . กินอาหารทะเลสดๆ เมนูเด็ดคือ ปลาหมึกหั่นนึ่งขิง ปูตั๋งเกี๊ยผัดมะขามเปียก กุ้งเหงียนนึ่งไอน้ำ ฯลฯ ตบท้ายด้วยข้าวต้มทะเลทรงกลดแรงฤทธิ์ ตำรับเด็ดซูซ่าส์ รับรองความอร่อย แปลกใหม่ แล้วก็ไม่เหมือนใคร แน่นอน

14.00 กินอาหารจนพออิ่ม จึงก้าวขึ้นรถไปนั่งให้ข้าวเรียงเม็ดที่ชายทะเลลังโก นั่งบนเก้าอี้พับ ริมทะเล ชมความงดงามและเวิ้งว้างสุดลูกหาลูกตา ของชายทะเลลังโก ที่เชื่อว่าคุณจะหลงรักและจดจำมันไปอีกแสนนาน “ใครใคร่เล่นน้ำทะเลเล่น ใครใคร่เดินชมเดิน ใครใคร่ นั่งพักผ่อนก็นั่ง ได้ตามแต่จิตปราถนา”

15.00 . จูบลาผืนทรายและทะเลกว้าง ครั้นจึงออกเดินทางสู่เมืองฮอยอัย เมืองมรดกโลก World Heritage แห่งที่ 2 โดยเดินทางลัดเลาะชายฝั่งทะเลเวียดนาม อันงดงามสุดจะคนึงหา ราวกับว่าเดินอยู่ในเมืองสวรรค์จริงๆ โดยในยามที่คลื่นลม เจ้าพายุ ถาโถมพัดเข้าใส่ท้องมหาสมุทธ เกิดคลื่นแรงสูงใหญ่ พัดพาเอาเรือกระดอนไปตามแรงลม สายลมอันหนักหน่วงแต่ทว่าแฝงไว้ด้วยความสบาย พัดเข้าใส่กายเรา ยามเมื่อเราพอใจสูดดมมันเข้าไป มันสุดยอดมาก มันสุขใจและสดชื่นอย่างที่สุด ซึ่งยากที่จะพบหาได้ นอกเสียจากเมืองดานังนี้

17.00 . พาทุกท่านเที่ยวชม “นอน เหนือก” หมู่บ้านริมชายฝั่งทะเล ที่เป็นแหล่งผลิตหินแกะสลักที่ขึ้นชื่อมากของเวียดนาม ชมสิงโตแกะสลัก ฯลฯ ที่งดงามและอลังการมาก ไม่เชื่อลองชม แล้วจะติดใจ อยากให้เขาเอาส่งขึ้นเรือไปให้ที่บ้าน

19.00 .ถึงเมืองฮอยอัน เข้าพักในโรงแรมระดับ 3 ดาว หรือใกล้เคียง เข้าที่พัก อาบน้ำ แต่งตัว แล้วไปเดินชมเมืองเก่ากัน

19.30 .ทานอาหารเย็น จำพวกเกาเหลา ในร้านเก่าๆ ที่อยู่ในตลาดเก่าๆ ของเมืองเก่า อายุหลายร้อยปีเมืองนี้

20.00 . “ชอปปิ้ง ยก เดินชมวิถีชีวิตและวัฒนธรรม ผ่านบ้านเรือนเก่าๆ ที่อยู่ยงคงกระพันมานาน ที่วันนี้ พวกเขาได้ทำหน้าร้านให้กลายเป็นร้านขายของที่ระลึกต่างๆมากมาย ชนิดที่ว่าเดินชมสามวันก็ยังไม่หมด

  1. 00. กลับเข้าที่พัก งีบเอาแรง เอาไว้ลุยทีเด็ดของวันพรุ่งนี้ ที่กำลังรอคอยการมาถึงอยู่ 



วันที่

7 พฤษภาคม พ..2549  

05.30 . พร้อมกันบนเรือไม้ลำเก่า สไตล์ฮอยอัน เพื่อออกเดินทางชมวิถีชีวิตและธรรมชาติอันงดงามยิ่ง ริมแม่น้ำทูโบน (ไม่ใช่ทีโบนนะครับ) ตลอดทางจะเรียงรายไปตามต้นไม้ บ้านเรือน ทุงหญ้า และวิถีชิตอันวิจิตรพิสดารของชาวเว้ เรือแล่นไปไม่เร็วนัก แต่หัวใจนั้นไปไกลเกินกว่าแล้ว ระหว่างการเดินทางจะมีเรือที่บรรทุก พ้อค้าแม่ขาย จากปากทะเล ที่ลำเรือบรรทุกทั้งคน ทั้งสินค้าจนแน่นขนัด โดยมีชาวเวียดนาม โผล่หน้าออกมายิ้มแป้นทักทาย ต้อนรับผู้มาเยือนกันอย่างเป็นมิตร เป็นภาพที่แสนจะงดงาม และสุดจะประทับอยู่ในก้นบึ่งของหัวใจไปอีกหลายคราทีเดียว

      ระหว่างที่เรือแล่นเลียบออกไปปากอ่าว ก็ชมพระอาทิตย์ขึ้น พลางรับแสงแดดอ่อนๆให้ลำกายอุ่น เรือแล่นไปจนสุด คลื่นลมและทะเลอันเวิ้งว้าง อาจจะเป็นอุปสรรคทางกายภาพ ที่ขวางกั้นไม่ให้เราได้พบเจอกับอะไรบางสิ่งบางอย่างด้วยสัมผัสทางกาย แต่ผมว่าสัมผัสทางใจนั้น เราได้สัมผัสและค้นพบจนรู้สึกมันได้อย่างจังเข้าไปแล้ว.

7.30 . เรือเทียบท่าเข้าหาฝั่ง พวกเราโบกมือลาลำเรือ แล้วออกไปเดินชมตลาดเช้าริมแม่น้ำทูโบนอันขึ้นชื่อ และแฝงไว้ด้วยมนตร์เสน่ห์ในทุกๆย่างกาย ที่เราเลยผ่านมา

8.30 . รับประกานอาหารเช้าและกาแฟชงสดๆสไตล์เวียดนาม ณ ร้านเก่าแก่ บรรยากาศหรูๆ ในกลิ่นอายของอารยะรรมตะวันออกระดับสูง ที่ทั้งรสชาติและความแปลกของอาหาร เครื่องดื่ม ผสมรวมกับบรรยากาศของร้าน ของเมืองและของผู้คน อาจจะพาคุณใจเตลิดเปิดเปิง จนกู่ไม่กลับก็เป็นได้.

9.30 . ท้องอิ่มแล้ว หนังตาห้ามหย่อน แต่ต้องตั้งใจดูเมืองเก่าฮอยอันให้เต็มที่ เรามีเวลาราว 3 ชั่วโมงกว่าๆ ในการเดินชมเมืองเก่าฮอยอัน โดยจะเดินชมอ้อมรอบเมือง 1 รอบ ตั้งต้นจากร้ายอาหารเช้าที่เราทาน ไปตามทางจนสุดที่สะพานญี่ปุ่น จากนั้นเดินลงจากสะพานญี่ปุ่น เลียบชายฝั่งแม่น้ำผ่านตลาด แล้วมารวมกันที่หน้าตลาดเก่า ที่เราทานอาหารเย็นกันคืนก่อน โดยระหว่างทางเดินนี้ นอกจากจะเดินชมบ้านเมือง ตึกรา บ้านช่องแล้ว ตลอดทางยังมีที่ให้ใช่เงินและล้างกระเป๋าสตางค์เรียงรายไปทั่ว รับรองว่าจุใจแน่นอน “ชอปปิ้งยก จากนั้นก็จะพร้อมกันเดินไปขึ้นรถ ไปทานอาหารเที่ยงที่เมืองดานัง 

13.00 . รถตู้คันโปรด ค่อยๆพาผู้มีเกียรติ์ เคลื่อนตัวและจากลาสู่เมืองท่าดานัง ทิ้งฮอยอัน ไว้ให้อยู่โดดเดี่ยวตามลำพัง และเราจะไม่มีวันลืมฮอยอัน เป็นอันขาด ไม่ว่าเมื่อไหร่ ก็จะคงอยู่ในใจเราเสมอ

14.00 . ทานอาหารเที่ยงกันที่เมืองดานัง จะเป็นอาหารรวมทั้งอาหารทะเลสดๆ และอาหารเวียดนามสไตล์ดานัง

15.00 . ยกกระเป๋าขึ้นบ่า แบกเป้ขึ้นสะพายหลัง จ้ำอ้าวขึ้นไปนอนเล่นบนโรงแรม อาบน้ำแต่งตัวให้พอหอมๆ เพื่อจะได้เก็บชมความงดงามของเมืองดานังกันต่อ

15.30 . เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์จาม ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์หลักของประเทศ จัดแสดงความเป็นมาของชนชาติและมีเรื่องราวอันงดงามต่างๆมากมาย

.17.00 .เดินเล่นริมทะเล เล่นน้ำทะเลกันตามอัธยาศัย ทะเลที่นี่ยิ่งใหญ่ ทรงพลัง งดงาม อ่อนช้อย เวิ้งว้าง เปล่าเปลี่ยว สวยบริสุทธิ์ งดงามราวสรวงสวรรค์และภาพวาด ซึ่งจะไม่เชื่อว่ามีที่แบบนี้อยู่จริงในโลก หากไม่ได้พาตัวมาสัมผัสด้วยตัวเอง 

18.30 .เดินชมย่านการค้าของเมืองดานัง ชมตลาดของดอกไม้สด อิ่มเอิบกับวัฒนะรรมและความเป้นมิตรของคนเมืองนี้ เดินชมไปแวะชอปปิ้งไป ตามอัธยาศัย

19.30 . ทานอาหารค่ำแบบเบาๆ จะได้เดินชมได้สะดวก

20.00 . พาท่านผู้มีเกียรติ์ เดินเล่นริมเขื่อน ให้บรรยากาศใกล้เคียงกับการเดินริมแม่น้ำผู่ตง ที่เซี่ยงไฮ้ แต่ที่นี่สวยกว่า เป็นธรรมชาติกว่า และน่าถวิลหาเป็นที่สุด ความงดงามของทั้งเมือง ทั้งคน ทั้งธ

รรมชาติและแสงสี ประกอบกับสายลมและแสงจันทร์นวล พอจะพาที่นี่และรัตติกาลนี้ ให้เป็นค่ำแห่งความรื่นรมย์ โรแมนติคและเป็นสุขสุดๆ ดอกรักจะผลิบานในใจ เมื่อได้มาที่นี่.

20.30 . ออกเดินทางสู่เมืองดองฮา ของจังหวัดกวางตรี ที่อยู่ห่างออกมาราว 4-5 ชั่วโมง เหตุผลที่เราต้องเดินทางคืนนี้ก็เพราะว่า

1.เดินทางกลางคืน อากาศเย็นสบายและปลอดภัยกว่ากลางวัน

2.ทางการเวียดนาม ให้ขับรถได้ไม่เกิน 40-50 กม./ชม. จึงจะเร็วกว่าถ้าขับกลางคืน แล้วรถน้อยๆ

3.เมืองดองฮา จะอยู่ใกล้ชายแดน ราว ชม. ทำให้เรามีเวลาเที่ยวเพิ่มขึ้นอีก 2-3 ชม.

4.จะได้กลับมุกดาหาร ทันเรือเที่ยวสุดท้ายเวลา 16.00

  1. . เทียบท่า ที่เมืองดองฮา เข้าที่พัก นอนผักผ่อนตามอัธยาศัย จบการเดินทางของวันนี้และถือเป็นราตรีกาลท้ายสุดของท่านผู้มีเกียรติ์ ในดินแดนแห่งท้องทะเลและกลิ่นอายอันมีมนต์เสน่ห์แห่งนี้ 





วันที่ 4

8 พฤษภาคม พ..2549 

6.00 .พร้อมกันที่ลอบบี้โรงแรม เคลื่อนกำลังพลออกจากที่ตั้ง เลียบชายทะเลงามไปชมพรมแดนระหว่างเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ในอดีต

7.00 .ถึงสะพานข้ามแม่น้ำและอนุสารีย์สงคราม ชมพรมแดนที่มีแม่น้ำกางกั้นระหว่างเวียดนามเหนือและใต้ ในสมัยสงครามเวียดนาม กลั้นน้ำตาให้อยู่ สายลมและอากาศ จะพาให้คุณซึ้งใจและอาลัยจนน้ำในตาเอ่อท่วม พลันที่ได้รับรู้เรื่องราวความทารุณโหดร้ายของสงคราม ณ ที่นี่

7.30 . พาท่านมาทานอาหารเช้าในร้านอาหารริมทะเล ในระหว่างทางกลับสู่ดองฮา หรือใกล้เคียง โดยอยากให้ทานใกล้ๆทะเล จะได้รู้สึกสดชื่น แล้วก็คงจะโรแมนติคไม่เบานะครับ

8.30 . เดินทางสู่ชายแดน ผ่านเมืองไคเซิน อันเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูง กดปุ่มลดกระจก แล้วรับไอเย็นและสะอาดบริสุทธิ์ จากเทือกเขาแถบนี้ ช่างเขียวชอุ่ม เวิ้งว้าง และน่าหลงไหลเป็นที่สุด

11.30 . ถึงด่านชายแดนลาวบาว ฝั่งเวียดนาม ดำเนินการเรื่องเอกสารขาออก

12.00 . ถึงด่านสวรรค์ ฝั่ง สปป.ลาว ดำเนินการเรื่องเอกสารขาเข้าลาว

จากนี้ เราจะดูเวลา ว่าเรามาถึงก่อนกำหนดเวลาหรือไม่ ถ้าถึงก่อน จะแวะพักซื้อสินค้าที่ร้าน ดาวเฮือง Duty Free ราว 20 นาที แต่หากเวลากระชั้นชิด ก็ต้องขออภัยที่ไม่อาจอำนวยความสะดวกได้

15.30 ถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง ท่าเรือสะหวันนะเขต

16.00 . ลงเรือลำน้อย พาคนตัวจ้อยๆ ลอยลำข้ามน้ำของ(แม่น้ำโขง) ที่กำลังเหือดแห้ง ราวกับคมอมโรค ราวกับคอยจะบอกอะไรเราบางอย่าง มองทางขวามือไปไม่ไกล ใช่ไย นั่นคือ สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่สอง ที่จะเชื่อมต่อไทย สู่ภูมิภาคอินโดจีน ไปออกทะเลที่เมืองท่าดานัง ที่รอคอยการแล้วเสร็จ มาแสนนาน นานพอๆกับชั่วชีวิตของคนๆหนึ่ง

16.30 . เรือเทียบท่าแผ่นดินแม่ ฝั่งไทย ยามที่หัวใจได้กลับคืนถิ่น หัวใจคงเป็นสุขมากๆ แล้วก็โล่งใจอย่างสุดจะบรรยาย เราถึงเมืองไทยแล้ว รอคอยเพียงตรวจตราเอกสาร แล้วก็ตรวจสินค้าที่เราซื้อเข้ามา ถ้าไม่ได้ซื้อสุรา เข้ามาเกินอัตรา ก็จะผ่านออกไปโดยสะดวกโยธิน ปราศจากปัญหาใดๆ

  1. . กล่าวคำอำลา แยกย้าย “บ้าน Who บ้าน It” รอคอยการกลับมาพบเจอกันใหม่อีกครั้ง ในวันหน้า ยามเมื่อโอกาสเอื้ออำนวย ซึ่งคงไม่นานเกินรอ หรือ ไม่ต้องรอเพราะมันนาน.

     ขอให้ทุกท่านเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ ปราศจากอุปัทวันตราย ทั้งหลายทั้งปวง ถึงบ้านโดยปลอดภัย ทุกประการ



ข้อควรทราบ

  1. การเดินทางของท่านผู้มีเกียรติ์ ได้เปลี่ยนแปลงจากการท่องเที่ยวโดยทัวร์ของที่อื่นๆอย่างสิ้นเชิง เพราะผมและเรา เน้นคุณภาพของการเดินทางและความพึงพอใจของผู้มาเที่ยวเป็นหลัก ไม่ได้อางอิงตามความพอใจของผมและพวกเราเอง แต่ตามใจพวกท่าน เวลาและโปรแกรมการท่องเที่ยว จึงยืดได้ หดได้ ตามแต่ใจของพวกท่านปราศนาและขอเพียงพวกท่านเป็นสุข ผมก็พอใจแล้ว

  2. ท่านสามารถสั่ง หรือ ร้องขอให้เป็นตามที่ท่านต้องการได้เสมอๆ เพราะท่านผู้มีเกียรติ์คือเจ้านายของผมและพวกเรา ในระหว่างการเดินทางนี้ หากเป็นสิ่งที่จะไม่เกิดปัญหาต่อการเดินทางรวมของท่านผู้มีเกียรติ์ ผมและเรา ยินดีรับใช้ ทำตามความประสงค์ของท่านนั้น

  3. ผมและเรา เป็นนักเดินทางสไตล์ Backpacker ผมและเรา ย่อมจะทราบถึงความในใจและธรรมชาติของนักเดินทางทุกคน ว่าต้องการความเป็นอิสระ ความเป็นตัวของตัวเอง และต้องการท่องเที่ยวด้วยตัวของตัวเอง ไปตามทางที่เราชอบ เรารัก ผมและเราจึงจะพยายามใช้เวลาในการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวหรือนำชม ให้น้อยที่สุด เพื่อความสะดวกของท่าน จากนั้นเราจะให้ทุกท่องเที่ยวอย่างอิสระ ไปตามที่หัวใจปรารถนา

  4. โปรแกรมการท่องเที่ยวและเวลา เปลี่ยนแปลงและอ้างอิง ตามกระแสการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและสถานการณ์ในช่วงเวลานั้น โดยผมและเราขอสงวนสิทธิ์ ในการอำนวยการให้ท่านผู้มีเกียรติ์ทุกท่านได้พบและสัมผัสแต่สิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้น และเราจะขอหารือและรับฟังคำชี้แนะจากท่านผู้มีเกียรติ์ ก่อนที่เราจะดำเนินการใดๆ.


 

ค่า ใช้จ่ายท่านละ …………. บาท

รวม

1.ค่าเดินทาง ทั้งหมด ทั้งบก ทั้งเรือ

2.ค่าอาหาร 3 มื้อ

3.ค่าเข้าเมือง ทั้งสองประเทศ

4.ค่าที่พัก 3 คืน

5.ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ฯลฯ  

โปรดชำระค่าใช้จ่าย ภายใน วันที่ 22 เมษายน พ.. 2549 และเพื่อเป็นการสะดวกในการเดินทางเข้าออกทั้งในลาวกับเวียดนาม  โปรดรวบรวม Passport ภายในวันที่ 25 เมษายน นี้ 

ชื่อบัญชี สำหรับชำระค่าเดินทาง 
นาย รัตนวุฒิ เจริญรัมย์

.กสิกรไทย สาขาพระโขนง เลขที่บัญชี 010-28-38-742  

รายละเอียดเพิ่มเติม โปรดโทร รัตนวุฒิ เจริญรัมย์ 089-1062993 คุณสุกัญญา จันทร์กระจ่าง 01-6416074 

ขอบคุณครับ