โปรแกรมทัวร์เดินทางไปเที่ยวฉลองปีใหม่ที่วังเวียง หลวงพระบาง

โดย Backpack Tripper ทัวร์คุณภาพ ราคามิตรภาพ และสนุกดึ่มด่ำกับการท่องเที่ยวที่แท้จริง


วันที่ 1

28 .. 2550


18.00 . พบกันที่จุดนัดพบ และเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดหนองคาย โดยรถตู้ปรับอากาศ และโชเฟอร์ผู้ชำนาญเส้นทาง



วันที่ 2

29 .. 2550

06.00 . ถึงจังหวัดอุดรธานี แล้วพักทานอาหารเช้า ไข่กระทะ โจ๊ก เกาเหลา กาแฟ ในร้านดังที่ขึ้นชื่อของอุดรธานี

จากนั้นเดินทางมายังสะพถานมิตรภาพไทย-ลาว เมื่อถึงฝั่งลาวแล้วเปลี่ยนไปใช้รถตู้ปรับอากาศของทางฝั่งลาว โดยโชเฟอร์ผู้มีประสบการณ์สูง

จากนั้นเดินทางผ่านตัวนครหลวงเวียงจันทร์ และแวะกราบพระธาตุหลวง พระบรมสารีริกธาตุศักดิ์สิทธิ์ของเวียงจัทร์ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านเมือง เหมือนวัดพระแก้วของไทย จากนั้นพาท่านนั่งรถชมย่านสำคัญของเวียงจันทรื นั่งรถชมประตูชัย ประตูแห่งชัยชนะของเมืองลาวที่คล้ายประตูในถนนชอง เอลิเซ่ ประเทศฝรั่งเศส จากนั้นนั่งรถมาชมหอคำ และนั่งรถผ่านวัดพระแก้ว วัดที่เคยเป็นที่ประดิฐานพระแก้วมรกตของไทยเรามาก่อน จากนั้นนั่งรถผ่านแม่น้ำโขง เลียบลำน้ำโขง แล้วเดินทางออกไปยังเมืองวังเวียงโดยทันที ที่เวียงจัทร์นี้เราจะแวะกราบพระธาตุหลวงเพียงแห่งเดียว นอกจากนั้นจะนั่งรถชมวิวอย่างช้าๆ เพื่อให้ทันไปล่องเรือคานูที่วังเวียงครับ

ทานอาหารเที่ยงระหว่างทาง ใช้เวลาเดินทางจากเวียงจันทร์ราว 3 ชม.ก้มาถึงวังเวียง เราจะเข้าพักยังบ้านพักสุดคลาสสคิ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำซอง ติดกับแม่น้ำเลย เรือนพักในบรรยากาศบ้านๆ แบบลาวแท้ๆ ช่วยทำให้ที่นี่ได้บรรยากาศแห่งการพักผ่อนมาก จากนั้นเตรียมตัวไปล่องเรือคานู ตามลำน้ำซองครับ ใช้เวลาล่องเรือกับสายน้ำประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ล่องจากต้นน้ำที่นอกเมืองวังเวียง ผ่านป่าเขาลำเนาไพร และบ้านเรือนของชาวบ้านจนมาถึงตัวเมืองวังเวียงในตอนใกล้พลบค่ำครับ จากนั้นกลับที่พัก แล้วก็ออกมาเดินชมตัวเมืองวังเวียงในยามราตรี อันเงียบสงบและน่าสัมผัสอย่างยิ่งครับ จากนั้นแยกย้านทานอาหารกันตามอัธยาศัยครับ แล้วเดินกลับที่พักครับ



วันที่ 3

30 ..2550

ตื่นแต่เช้าตรู่ อาบน้ำแล้ว รีบออกมาทานอาหารเช้า เพื่อเดินทางไปยังหลวงพระบางครับ ใช้เวลาเดินทางราว 6 ชั่วโมงจากวังเวียงก็จะมาถึงหลวงพระบางครับ เราจะทานอาหารระหว่างทางครับ และจะแวะพักยังบ้านภูคูน ย่านที่อยู่อาศัยของชาวเขา ที่มีอากาศหนาวเหน็บ ได้บรรยากาศมากทีเดียวครับ ถ้าโชคดีก็อาจจะได้พบเจอกับสายหมอกด้วย


เมื่อถึงหลวงพระบางแล้ว เราก็จัดแจงเข้าที่พักให้เรียบร้อย เราจะพักกันที่บ้านพักแบบลาวแท้ๆ และได้บรรยากาศดีพอสมควร อยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำโขงเท่าใดนัก จากนั้นเราจะเดินชมเมืองในยามเย็น โดยเดินเลียบแม่น้ำขึ้นไปเรื่อยๆ แม่น้ำโขงยามเย็นนั้นงดงามจนสุดจะเอ่ยวาจามาเปรียบได้ จากนั้นเราเดินผ่านหลังและข้างพระราชวังหลวงพระบางมายังภูศรี ที่เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของหลวงพระบางครับ โดยภูศรีนี้จะเป็นยอดภูที่สูงที่สุดในตัวเมือง และจะอยู่ตั้งตรงกับพระราชวังเลย เราขึ้นมาสูดอากาศอันสุดแสนจะบริสุทธิ์กันที่นี่ครับ แล้วก็ชมวิวทิวทัศน์ของเมืองอันสงบเล็กๆแห่งนี้ครับ

จากนั้นคืนนี้เราจะเดินชมตลาดค้าขายสินค้าในยามค่ำคืนกัน ตลาดนี้จะมีแต่พ่อค้าแม่ค้าที่เป็นทั้งชาวเขาและชาวลาวท้องถิ่น ต่างนำสินค้าจำพวกของที่ระลึกมาขายกันมากมายเลยทีเดียว สนนราคาก็มีมิตรภาพอยู่บ้างครับ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือที่นี่ช่างงดงามเหลือเกิน เพราะเป็นตลาดที่ทอดยาวบนนถนนสายหลักของเมือง คู่ไปกับสายน้ำโขง ลาดยาวผ่านตัวพระราชวังหลวงพระบางครับ

จากนั้นแยกย้ายกับอาบน้ำพักผ่อน แต่สำหรับคนที่ยังไม่เหนื่อย เมื่ออาบน้ำแล้วอยากให้มานั่งที่ร้านคาเฟ่บรรยากาศเก่าๆกันดู ชมวิว ดื่มครื่องดื่มเย้นๆ ในท่ามกลางอากาศเย็นๆ นับว่าเป็นช่วงเวลาและอารมณืที่จะไม่มีวันลืมเลือนเลยทีเดียว


วันที่ 4

31 .. 2550


ตื่นเช้ามาร่วมทำบุยตักบาตรข้าวเหนียวเนื่องในวันส่งท้ายปีเก่าครับ ตักบาตรโดยมีพระเณรจำนวนนับร้อยๆรูปต่างเดินแถวมาอย่างงดงามน่าเลื่อมใสยิ่ง

แล้วจึงเดินทางไปชมสะพานเหล็กแห่งเดียว ที่สร้างข้ามแม่น้ำคาน ข้ามจากอีกฝั่งสู่อีกฝั่ง ยามเช้าที่สะพานแห่งนี้ดชดีอาจเจอสายหมอก และจะได้พบเห็นภาพความงดงามและน่าประทับใจยิ่งของหลวงพระบางครับ

จากนั้นไปทานกาแฟและอาหารเช้าที่ร้านประชานิยม ริมแม่น้ำโขง ร้านยอดนิยมของที่นี่

จากนั้นเดินชมตลาดเช้า หรืออาจแวะเลือกวื้อส้มสดๆกองมหึมาก็ได้ แล้วจึงเดินต่อไปยังพระราชวังหลวงพระบาง พระราชวังอันเก่าแก่และงดงามยิ่ง อุดมไปด้วยสิลปะวัฒนธรรมอันวิจิตรมาก สวยงามจนรู้สึกสบายใจมากเลยทีเดียว เดินในพระราชวังแห่งนี้แล้วช่างรู้สึกเหมือนเดิมผ่านเข้าไปในชีวิตและในอดีตของพระมหากษัตริย์ลาวอย่างใดอย่างนั้นเลยทีเดียว

จากนั้นเดินทางมายังวัดเชียงทอง วัดโบราณอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของหลวงพระบางครับ

แล้วจึงเดินทางต่อไปยังวัดวิซุนและวัดอะฮ่าม ชมเจดีย์ทรงแตงโม ทัชมาฮาลแห่งลาว สถานที่ประดิษฐานพระอิบิของพระมหากษัติย์ลาวพระองค์หนึ่ง ที่พระองค์ทรงจารึกรอยรักที่มีแด่พระมเหสีผ่านเจดีย์นี้ โดยวัดโบราณทั้งสองแห่งนี้อยู่ติดกัน ภายในอุโบสถนั้นนับว่างดงามและวิจิตรพิสดารมากมายจริงๆครับ วันนี้เรามากราบพระ 3 วัดเพื่อเอาฤกษ์เอาชัยกันจริงๆครับ


จากนั้นพักทานอาหารเที่ยง ในร้านอาหารแบบลาวแท้ๆ ในบรรยากาศแห่งหลวงพระบางที่ท่านจะไม่มีวันลืมเลือนเลยทีเดียว


จากนั้นพาท่านเดินทางไปเที่ยวน้ำตกตาดกวางสี น้ำตกสีมรกตอันงดงามและหนาวเย็นยิ่งของหลวงพระบาง ท่านจะอาบน้ำแล้วไปอาบแดดแบบที่ฝรั่งนิยมทำกันก็น่าชมอย่างยิ่ง มาที่นี่ พกพาของคบเค้ยวมานั่งทานเล่น ถือโอกาสเล่นน้ำเย็น พักผ่อนจิตใจให้สงบและสบาย ก็นับว่าเป็นการพักผ่อนและถ่ายพลังงาน เพื่อที่จะเผชิยกับสักาชใหม่อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น


จากนั้นเรากลับเข้าตัวเมืองหลวงพระบาง อาบน้ำ แวไปเดินชมเมือง เลือกซื้อหาสินค้าของที่ระลึก จะชมสายน้ำโขงยามราตรี หรือทานอาหารในบรรยากาศโรแมนติค เคล้าเสียงดนตรี ใต้แห่งแสงจากเชิงเทียนก็นับว่าวิเศษม่เบา รับรองว่าคุณคงจะลืมค่ำคืนสุดท้ายแห่งหลวงพระบางนี้ได้ยากยิ่งนัก


โดยคืนนี้ทั้งคืนทั่วทั่งหลวงพระบางคงจะมีแต่การเฉลิมฉลองไปทั่วทั้งเมืองครับ


วันที่ 5


1 .. 2551

ตื่นแต่เช้าตรู่ รวมตัวกันสัก 7 โมงเช้า แล้วเดินผ่านสายหมอกไปทำบุญตักบาตรข้าวเหนียว แล้วค่อยไปทานกาแฟและทานอาหารเช้าแบบสไตล์เวียดนาม ที่ทั้งอาหารและร้านได้ถูกคัดสรรมาเพื่อท่าน ร้านและอาหารที่ไม่หรู แต่ทั้งร้านและอาหาร แฝงความหมายที่แท้จริงแห่งการเดินทางแบบแบ็คแพ็คเกอร์เอาไว้


จากนั้นเดินทางออกจากหลวงพระบาง เพื่อกลับไปยังวังเวียง ชมบรรยากาศแห่งเทือกเขาผ่านเส้นทางอันคดเคี้ยว สายหมอกและสายลมคงจะทำให้เรามีความสุขไม่น้อยเลยทีเดียว วิถีชีวิตของผู้คนอันบริสุทธิ์ริมสองข้างทางคงทำให้คุณลืมที่นี่ยากจริง


พักทานอาหารแบบลาวแท้ๆริมทาง และเข้าพักยังบ้านพักแห่งเดิมที่วังเวียง เย็นนี้เราก็พักผ่อนริมแม่น้ำ จะลงไปเล่นน้ำหรือทานอาหารริมน้ำก็ตามสะดวก คืนนี้อย่าลืมนอนหรือนั่งนับดวงดาวอันพร่างพราวบนท้องฟ้านะครับ เพราะดวงดาวอันสุกสกาวหรือทิวเขาหินอันงดงาม คงทำให้คุณมีความสุขมากทีเดียว


คืนนี้น้อยหลับให้สบายครับ พรุ่งนี้ต้องเดินทางไกลกลับกรุเทพฯครับ


วันที่ 6

2 ..2550


ตื่นแต่เช้า ทานอาหารเช้าในเมืองวังเวียง แล้วเดินทางกลับไปชายแดนไทย-ลาว ที่ด่านสะพานมิตรภาพ-ท่านาแล้ง ถึงด่านแล้วทุกท่านก็แยกย้ายไปซื้อสินค้าจากต่าประเทศที่ร้านดิวตี้ฟรี รับรองว่ามีสินค้าที่น่าซื้อมากมายจริงๆ จากนั้นเราเดินทางออกจากด่านเข้ามายังฝั่งไทย

คาดว่าถึงฝั่งไทยที่หนองคายราว 14.00 . แล้วจึงข้ามมาทานอาหารริมฝั่งโขงที่ตัวเมืองหนองคายหรือตัวจังหวัดอุดรฯก็ตามสะดวก แล้วจึงมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ

หากรถไม่ติดนัก ก็จะถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพปลอดภัยราวเที่ยงคืนครับ แล้วจอดส่งท่านตามจุดสะดวกครับ เป็นอันจบการเดินทางฉลิงปีใหม่ที่เมืองลาวแต่เพียงเท่านี้ครับ


ค่าบริการท่านละ 11,500 บาท


กรณีขากลับกลับเครื่องบินที่สนามบินอุดรฯ เหลือท่านละ 10,800 บาท


ค่าบริการนี้รวม

1.ค่าอาหารวันละ 2 มื้อ เช้าและเที่ยง

2.ค่าที่พัก

3.ค่าพาหนะเดินทางท้งหมดตามโปรแกรม

4.ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

5.ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทางและสุขภาพ


กรุณายืนยันก่อนเดินทางประมาณ 2 เดือน (เฉพาะทริปปีใหม่และสงกรานต์) เนื่องจากเราจะต้องจองที่พักและรถตู้ล่วงหน้า พร้อมทั้งวางเงินมัดจำก่อนด้วยครับ

ขอบคุณครับ.