ย้อนรอยวัฒนธรรม เมืองแห่งสายหมอก มรดกโลก หลวงพระบาง ทุ่งไหหิน

กรุงเทพ – หนองคาย – วังเวียง – หลวงพระบาง –ทุ่งไหหิน- เวียงจันทร์

วันที่ 1

07.00 . คณะที่เดินทางจากกรุงเทพฯ โดยรถตู้ เดินทางถึง อ.เมือง อุดรธานี โดยสวัสดิภาพ พร้อมรับประทานอาหารเช้าไข่กระทะขึ้นชื่อในตัวเมืองอุดรธานี จากนั้นเคลื่อนตัวสู่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ที่ จ.หนองคาย

8.30. เหยียบแผ่นดินลาวเป็นที่เรียบร้อย พร้อมเดินทางโดยรถตู้ปรับอากาศสู่ตัวเมืองหลวงนครเวียงจันทร์ แวะทานอาหารกลางวันที่เขื่อนน้ำงึม

13.00 .ออกเดินทางสู่เมืองวังเวียง ที่หมายอันสุดยอด ระหว่างทางลงเดินข้ามสะพานเหล็กข้ามแม่น้ำ ที่สายน้ำและทิวทัศน์โดยรอบงดงามจนต้องเหลียวมองซ้ำ

15.30 .ถึงเมืองวังเวียง check in เข้าสู่ที่พักริมน้ำซอง

16.00 .นำท่านล่องเรือแคนู หรือล่องห่วงยาง ชมลำน้ำซอง อันบริสุทธิ์ ที่ธรรมชาติและสายน้ำอันงดงามจะช่วยให้ท่านรู้สึกสดชื่น ปลอดโปร่งและสงบ

17.00 ชมวิวเมืองวังเวียงที่มีภูผาหินเรียงรายเป็นฉากจนได้รับสมญานามว่ากุ้ยหลินเมืองลาวและเล่นน้ำในลำน้ำซองบริเวณด้านหน้าภูเขาหินตามอัธยาศัย น้ำเย็นๆ ลมพัดเบาๆ อากาศบริสุทธิ์จากธรรมชาติและแมกไม้

18.00 .เชิญทานอาหารค่ำในตัวเมือง จากนั้นท่านสามารถเดินชมเมือง หรือ นั่งทานเครื่องดื่ม ขนม ตามร้านต่างๆ ที่โดยมากจะมีแต่นักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก

20.30 . เดินทางกลับสู่ที่พัก



วันที่2

05.00 น  รับประทานอาหารเช้า สไตล์ ลาว ญวน และฝรั่งเศส ตามด้วยกาแฟลาวของแท้ อันลือชื่อ

07.00 .ออกเดินทางจากที่พักเพื่อมายังถ้ำจัง ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและสามารถชมวิวทิวทัศน์ของเมืองวังเวียงในยามรุ่งอรุณได้งดงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง จะเห็นสายน้ำซองเบื้องล่างพาดผ่านเมืองเล็กในขุนเขา แวะกราบพระ ชมหินงอกหินย้อย ภายในถ้ำ

12.00 น ข้าที่พัก อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า และรับประทานอาหารกลางวันสไตล์ลาว ก่อนจะเดินทางสู่เมืองหลวงพระบาง ระหว่างทางแวะถ่ายภาพที่ผาตั้ง จุดชมวิวยอดนิยม ที่งดงามมากจนมักจะมาถ่ายแบบปฎิทินของลาวที่นี่เป็นประจำ

18.00 .ถึงเมืองหลวงพระบางโดยสวัสดิภาพ เข้าที่พัก  แล้วทานอาหารเย็น ก่อนจะพาท่านเดินชมเมืองหลวงเก่าของลาว และเดินชมถนนคนเดิน ย่านชอปปิ้ง สินค้าพื้นเมือง ที่มีของให้เลือกซื้อในราคาถูก อย่างจุใจ โดนใจทุกเพศ ทุกวัย จากนั้นจะนั่งดื่ม และฟังเพลงตามร้านสวยๆ ก็มีให้เลือกไม่น้อยในเมืองโรแมนติคเล็กๆแห่งนี้ 

 

วันที่ 3

06.0 0 . เชิญร่วมทำบุญตักบาตรข้าวเหนียวกับพระสงฆ์และสามเณร จำนวนมาก ที่เข้าแถวยาวเป็นขบวนงดงามและชวนให้ศรัทธามาก จากนั้นเดินชมเมืองหลวงพระบางในยามเช้า แล้วจึงทานอาหารเช้า สไตล์หลวงพระบาง คู่กับกาแฟนมเย็น ที่อร่อยมากๆ

07.00 . ขึ้นสู่ยอดภูศรี ภูเขาสูงที่อยู่ภายในตัวเมือง ที่จะมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นได้อย่างแจ่มชัด และยามเมื่อพระอาทิตย์เริ่มทอแสง ให้ความงดงามของตัวเมืองเบื้องล่างได้คลายจากปุยหมอก แม่น้ำโขงที่ไหลผ่าน ทั้งพระบรมมหาราชวังสีทองอร่าม และตัวเมืองที่สงบราวกับหลับไหลเบื้องล่างนั้น งดงามสุดจะหาคำมาเล่าได้ พร้อมกราบนมัสการพระธาตุภูศรีอันแสนศักดิ์สิทธิ์คู่นครเก่าแห่งนี้

08.00 . เริ่มต้นโปรแกรมชมวัดงามที่วัดเชียงทอง วัดเก่าคู่เมืองหลวงฯ จากนั้นเดินทางสู่วัดอะฮ่ามและวัดวิซุน วัดโบราณ ที่จะพาให้คุณรู้สึกสงบและจิตใจแจ่มใสขึ้นมาก

10.30 .พาท่านสู่ พระบรมมหาราชวังหรือหอคำ ของเจ้ามหาชีวิตลาว ที่งดงามมาจากจินตนาการ และจัดแสดงเรื่องราวตลอดจนศิลปะวัตถุลาวมากมายๆ ที่ๆจะทำให้คุณหลงรักเมืองนี้มากขึ้นไปอีก

12.00 . ทานอาหารกลางวันแบบลาวแท้ๆ ในบรรยากาศแบบหลวงพระบาง ที่อาจจะทำให้คุณลืมที่นี่ยากขึ้นไปอีก

13.00 . พาท่านฝ่าลมร้อน และสายฝุ่น ฝ่าดงพงไพร สู่น้ำตกตาดกว่างสี น้ำตกธรรมชาติที่น้ำใสสะอาดราวกับมรกต แต่กระจายเป็นละอองกระเด็นจนเย็นเข้าไปถึงทรวงใน ขอเชิญพี่ๆทุกท่าน เล่นน้ำที่นี่ เพราะน้ำจะมีแร่ธาตุสูงมาก ด้วยความบริสุทธิ์จากขุนเขา จึงรู้สึกได้ถึงความสดชื่นและผ่อนคลายสุดๆ รับรองว่าจะหาความผิดหวังยากมาก

17.00 . พาท่านกลับสู่เมืองหลวงพระบาง ระหว่างชมบ้านเรือน และวิถีชีวิตของชาวลาวชนบท ที่สงบ บริสุทธิ์และพอเพียงจริงๆ

18.00 . ทานอาหารเย็นเรียกพลังกลับคืน จากนั้นท่านอาจจะเดินชมสินค้า ชอปปิ้ง ชมเมือง หรือนั่งพักผ่อนตามร้านเครื่องดื่มต่างๆก็ตามแต่จะปรารถนา  

วันที่ 4

ตื่น 06.00 .ไปทานกาแฟมื้อส่งลาเมืองหลวงพระบางที่ร้านกาแฟยอดนิยม

ทานปาท่องโก๋พอให้กระชุ่มกระชวย

จากนั้นขึ้นรถเพื่อเดินทางไกลมายังเมืองโพนสวรรค์ ทุ่งไหหิน

แวะทานอาหารเช้าที่กิ่วกระจำ

ถึงโพนสวรรค์ ราว 3 โมงเย็น

ก่อนถึงเมืองโพนสวรรค์จะพบกับทิวต้นสนขนาดใหญ่ ที่เรียงรายไปตลอดทาง

ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นมาก 

ไปเที่ยวเมืองคูน เมืองหลวงเก่าของแขวงเชียงขวง

ชมซากวัดโบราณที่ถูกระเบิดลงถล่ม

จนเหลือแต่พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อย่างเดียว

จากนั้นไปชมโรงพยาบาลของฝรั่งเศสเก่า

ที่ถูกระเบิดจนเหลือแต่ซากด้วยเช่นกัน

จากนั้นมาชมเจดีย์โบราณที่งดงามและเก่าแก่มากทีเดียว

เจดีย์เคยถูกพวกจีนฮ่อ ขุดทำลายเพื่อหาสิ่งของมีค่ามาแล้ว

แต่ก็ยังเหลือรอดมาจนถึงทุกวันนี้ จากนั้นกลับชมทุ่งไหหิน 1

ชมพระอาทิตย์ตกดิน ในบรรยากาศที่งดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งบนโลกนี้

ชมไหหินขนาดมหึมาที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ดีอยู่

ท่ามกลางสายลมเย็นและบรรยากาศอันแฝงไปด้วยมนตร์ขลังของที่นี่ 

จากนั้นเข้าที่พัก พักผ่อน ทานอาหารเย็นตามอัธยาศัย

คืนนี้นอนที่เรือนพักของโพนสวรรค์ 

วันที่ 5

ตื่นมาทานอาหารเช้า ทานโจ๊กเป็ดทุ่งไหหิน และทานกาแฟโบราณ

ก่อนจะออกเดินทางไปชมทุ่งไหหิน 2 และ 3

ทุ่งที่ให้บรรยากาศของการสู้รบของสงครามอินโดจีน

จากนั้นออกนอกเมืองโพนสวรรค์ไปราว 51 กม. ไปชมบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ

และชมถ้ำพั่ว จากนั้นกลับมาชมอนุสารีย์นักรบลาว เวียดนาม

ที่ช่วยกันกอบกู้เอกราชของลาวกลับคืนมาจากฝรั่งเศสและอเมริกา 

เป็นอันจบสิ้นการเดินทางของวันนี้ เข้าที่พัก อาบน้ำ พักผ่อนตามอัธยาศัย

ออมแรงเอาไว้เพื่อเดินทางไกลพรุ่งนี้ 

วันที่ 6

ตื่น 6 โมงเช้า มาสูดอากาศบริสุทธิ์ และแพ็คกระเป๋าขึ้นรถ

แล้วเดินทางไปทานอาหารเช้าในตลาดสด เมืองโพนาสวรรค์

ตลาดที่ให้อารมณ์เหมือนอยู่ในเมืองจีนมากกว่าลาว ทานกาแฟลาวรสชาติเยี่ยม

แล้วมาทานซาลาเปาทอด กับเฝอหมู เป็นอันอิ่มเอมทั้งกายและใจ

แล้วจึงเดินทางกลับชายแดนไทย

แวะทานอาหารเที่ยงที่ผาตั้ง ทานส้มตำ ไก่ย่าง

เคล้ากับบรรยากาศของภูเขาหินธรรมชาติ

ที่ยื่นผาตั้งออกมาให้เราชมความงดงาม

ทานอิ่มแล้วขึ้นรถมุ่งหน้าไปชายแดนไทย

ถึงด่านสะพานมิตรภาพราว 17.00 .

จากนั้นเลือกชมซื้อหาสินค้าติดไม้ติดมือกลับบ้าน ที่ดิวตี้ฟรี

สะพานมิตรภาพ

ออกเดินทางกลับกรุเงทพฯ ราว 18.00 . แล้วมาแวะทานข้ามต้มกันที่อุดรธานี 

วันที่ 7

ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพเวลา 05.00 . ของวันรุ่งขึ้น โดยประมาณ 
 
 

ค่าใช้จ่าย ท่านละ 10500บาท 

ราคานี้รวม

1.ค่าอาหารมื้อเช้ากลางวัน ตามที่แจ้งในรายการ

2.ค่าที่พัก ห้องละ 2 ท่าน

3.ค่าเที่ยวชมต่างๆ

4.ค่าเข้าออกประเทศ ค่าผ่านแดนต่างๆ

5..ค่ารถตู้เดินทางทั้งหมดในลาวและไทย ตามรายการ

6. ค่าประกันอุบุติเหต